Atomlife

Just another WordPress.com weblog

ลุกออกจากความรู้สึก March 21, 2008

Filed under: Uncategorized — atomlife @ 6:27 pm

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสดีได้ร่วมสัมมนากับผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายองค์กรชั้นนำของประเทศ ประเด็นที่เราถกกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด คือเรื่องการพัฒนา ผู้นำขององค์กรซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่แทบทุกหน่วยงานต่างปวดเศียรเวียนเกล้าเล่าว่ายากหนักหนา

กระนั้นก็ดี แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญแต่ต่างเห็นว่าเป็นประเด็นที่ต้องทำ เพราะองค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบันตระหนักถึงความสำคัญของผู้นำต่อความสำเร็จขององค์กร จะรุ่ง หรือจะริ่ง จะวิ่งถึงเส้นชัย หรือไม่ติดแม้รอบแรก  จะมีทีมที่พร้อมจะ แตกต่างแต่ไม่ แตกแยกหรือ ตบตีกันเองเรื่อยไป ขึ้นกับผู้นำทั้งสิ้น

        จากการหารือกับผู้นำกลุ่มนี้ เราสรุปกันได้ว่ามีปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาผู้นำ ปัจจัยนี้เป็นได้ทั้งอุปสรรคที่ดักอยู่ เป็นศัตรูตัวฉกาจ หรือเป็นพลังผักดัน เป็นตัวสร้างสรรค์ ส่งให้การพัฒนาผู้นำทำได้ดังใจ ปัจจัยนั้นคืออะไร  “ใจผู้นำเองค่ะ  

ในการพัฒนาผู้นำ หากเจ้าตัวไม่เอาด้วย ไม่เห็นความสำคัญ มีอัตตาสูง…ฉันไม่เก่งอย่างนี้มีหรือจะอยู่ตรงหัวแถวได้ ทำตนเป็นน้ำเต็มแก้ว รินเพิ่มเท่าไรมีแต่จะล้นเอ่อ  หากผู้นำเปิดใจ กระหาย ใคร่รู้ อยากดูว่าคนอื่นเขาทำอย่างไรหนอ เราจะพอเรียนรู้จากเขาได้บ้างไหม มันน่าจะมีวิธีใหม่ๆ ให้ลองบ้าง เรียนรู้ที่จะมองตัวเองแบบขำๆ ยอมรับว่าผิดได้ ผิดเป็นไม่เห็นแปลก

บางครั้งเราเรียนรู้จากความล้มเหลวได้มากกว่าจากความสำเร็จเสียด้วยซ้ำ

หากผู้นำผ่านด่านแรก โดยพร้อมเปิดใจ พร้อมเปิดมุมมอง ลองเล็งตัวเองจากมุมซ้าย มุมขวาเพื่อหาที่พัฒนา ผู้นำท่านนั้นจึงจะเริ่มมีโอกาสในการสร้างหรือเสริมภาวะผู้นำของตนเอง

อย่าพึงหวังว่าจะนำหรือเอาชนะใจใครได้ หากตัวเองยังไม่สามารถชนะใจตัวเองได้เป็นลำดับแรก…ด่านนี้จึงยากสุดค่ะ  พวกเราในห้องสัมมนาจึงร้องอ๋อ! มิน่าเล่า…เราไม่ควรกลั้นใจเฝ้ารอให้ผู้นำหรือนายๆ ของเราพัฒนาภาวะผู้นำในเร็ววัน เนื่องจากเราอาจตายได้เพราะต้องกลั้นใจนาน-น…มาก 

 ท่านหลวงปู่ชาได้สอนว่าเราต้องระวัง “ความคิด” เพราะความคิดของเราจะส่งผลกับพฤติกรรม พฤติกรรมเมื่อทำซ้ำๆ ก็จะกลายเป็นความเคยชิน ความเคยชินนั้น นานๆ เข้าก็จะกลายเป็นนิสัย ซึ่งในที่สุดเป็นปัจจัยบ่งชี้ถึงชะตาชีวิตของเรา  

 Dr. Peter Drucker หนึ่งในนักวิชาการชั้นนำของโลก พูดเรื่องภาวะผู้นำและการบริหารจัดการว่า “You are what you think” – ท่านเป็นในสิ่งที่ท่านคิด Rene Descartes ปราชญ์ชาวฝรั่งเศส บอกว่า  “Je pense, donc je suis” -  I think, therefore I am – ฉันคิด ฉันจึงเป็นทั้งหมดเริ่มจากทัศนคติ จากมุมคิด มุมมอง จาก ใจทั้งสิ้น  หากจิตปิดเสียตั้งแต่แรก…เรียกว่าแพ้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวทีเลยค่ะ 

 ในมุมมองของผู้บริหารกลุ่มนี้ ขั้นต่อไปของการพัฒนาผู้นำคือ  การขวนขวายเรียนรู้แนวทางและวิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนาตนเองการมีใจและทัศนคติที่ดีในการพัฒนา ส่งผลให้ผู้นำไขว่คว้า หาความรู้  การเรียนรู้เรื่องภาวะผู้นำ ทำได้อย่างน้อย 2 รูปแบบคือ   1.       การฝึกอบรม เข้าสัมมนา เรียนรู้จากห้องเรียน หรือตำรา 2.        การศึกษาแนวทางตัวอย่าง หรือต้นแบบของการเป็นผู้นำจากสถานการณ์จริง เหตุการณ์จริง คิด ทำ ตัดสินใจโดยผู้นำตัวเป็นๆ เห็นๆ กันอยู่ ยิ่งตอนนี้ยิ่งมีให้ดูมากในบ้านเมืองเรา ดูว่าเขาทำอย่างไร อะไรดีเก็บไว้ อะไรร้าย ก็ไม่ต้องใส่ใจมาก  

ทั้ง 2 วิธีมีส่วนช่วยให้เรามีมุมมองใหม่ๆ ได้ขยายกรอบความคิด ยืดโลกทัศน์ หัดมองและคิดวิเคราะห์ให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง เมื่อได้มุมมองใหม่ๆ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ การนำไปลองทำ ลองปฏิบัติจริง ท่านผู้บริหารกลุ่มนี้มีความคิดตรงกันว่า ความรู้หากมีท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด ถือว่ารู้ไม่จริง ไม่รู้ดีกว่า เสียเวลา เสียสมอง  อาทิ ได้เรียนรู้จากตำราฝรั่งว่าผู้นำต้องรู้จักสร้างขวัญกำลังใจทีมงาน การชมผู้ที่มีผลงานดี ถือเป็นวิธีหนึ่งเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ตลอดจนเติมขวัญกำลังใจให้ลูกน้อง  

มื่อผู้บริหารเรียนรู้แนวทางในการชม แต่ไม่เคยใช้ ก็เหมือนไม่ได้เรียน เพราะนอกจากจะลืมหมดจดในอีกไม่นาน ความเชี่ยวชาญซึ่งเกิดจากการปฏิบัติ จะขาดไปแน่นอน เมื่อจะเริ่มชมก็ขัดๆ เขินๆ ไม่มั่นใจเดี๋ยวใครจะว่ายังงู้น ยังงี้…ไม่ทำดีกว่า  ดังนั้นการพัฒนาภาวะผู้นำ ต้องลองทำจริง เมื่อทำแล้วจะได้ปรับแต่งให้พอเหมาะพอดีกับองค์กรกับสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมของหน่วยงาน  ตัวอย่างเช่น ในสังคมไทยๆ ในหลายหน่วยงาน ชมใครแบบโจ๋งครึ่มเกินไปก็ใช่ว่าดี ใครๆ ก็มักมีคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ เจ้าผืนเสื่อขี้อิจฉา มักก่อเรื่องรวน…ก็นายเขาชมว่าเก่ง คงไม่ต้องให้พวกเราช่วยนี่…เก่งนักพี่ก็ทำเองดีไหม ก็ผมไม่เก่งอย่างพี่ไงครับ   

หากไม่ได้ลองใช้ทักษะของความเป็นผู้นำ เช่นการชมลูกน้อง ก็จะบอกไม่ได้ว่าจะปรับ จะแก้ จะเพิ่ม หรือเสริมส่วนไหนจะได้พอเหมาะลงตัว  นั่นคืออีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญของการพัฒนาตัวเองในการเป็นผู้นำ คือการมองสะท้อนย้อนกลับเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  

ทั้งนี้เพื่อดูว่าสิ่งที่ทำไปใช้ได้หรือไม่ ผลลัพธ์ที่ได้ตรงตามเป้าที่วางไว้ไหม ถ้าได้เป็นเพราะทำอะไรถูกแล้ว ครั้งถัดไปจะได้ทำอีก หากไม่เป็นไปตามคาดหมาย ต้องดูว่าปัญหาอยู่ที่ใด ครั้งใหม่ต้องปรับตรงไหน ต้องลด ต้องเพิ่ม ต้องเติมอะไร…มืออาชีพต่างกับมือสมัครเล่นตรงนี้  

มืออาชีพ พันธุ์แท้จะจดจำและเรียนรู้จากความสำเร็จปรับปรุง ขจัดจุดอ่อนจากความล้มเหลว มิได้เอาแต่เดินจ้ำอ้าว ไม่เว้นจังหวะหา “Lessons Learned”

เพราะนั่นถือเป็นการเสียโอกาสในการพัฒนาอย่างไม่น่าให้อภัย…เหมือนที่ตัวฉันเองกำลังเป็นอยู่ในเวลานี้….จำไว้ว่าตลอดอายุขัยของเราโอกาสไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก…atom

Advertisement
 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.